ก่อนเริ่ม: ถ้าพื้นทรุดจนต่างระดับ ต้องแก้ระดับก่อน
หากพื้นรอบอาคารทรุดลงจนขอบพื้นต่ำกว่าเดิมชัดเจน ควรเติมโพรงหรือปรับระดับพื้นให้เรียบร้อยก่อนซีล ถ้าซีลก่อนแล้วมายกพื้นภายหลัง ยาแนวจะถูกดึงจนฉีกขาดและต้องทำใหม่
1. ทำความสะอาดรอยให้หมดจด
ขูดปูนเก่าที่ร่อน เศษดิน ตะไคร่ และวัชพืชออกจากร่อง แล้วเป่าหรือฉีดล้างให้สะอาด จากนั้นปล่อยให้แห้งสนิท เพราะยาแนวจะยึดเกาะได้ไม่ดีบนผิวที่ชื้นหรือมีฝุ่น
2. ใส่โฟมรองหลัง (Backer Rod) ในร่องที่กว้างหรือลึก
ร่องที่กว้างหรือลึกเกินกว่าราว 1–2.5 ซม. ควรใส่โฟมรองหลังก่อนยิงยาแนว
- เลือกขนาดโฟมใหญ่กว่าร่องเล็กน้อย เพื่อให้แน่นไม่หลุด
- กดลงให้ต่ำกว่าผิวพื้นประมาณ 1 ซม. เพื่อเว้นความลึกให้ยาแนว
- ช่วยประหยัดยาแนว และทำให้ยาแนวยึดแค่สองข้างของร่อง จึงยืดหดได้เต็มที่
3. ยิงยาแนว PU ให้เต็มร่อง
ตัดปลายหลอดเฉียงประมาณ 45 องศา ให้เล็กกว่าร่องเล็กน้อย แล้วยิงต่อเนื่องเป็นแนวเดียวตลอดความยาว ให้เต็มร่องแต่ไม่พูนล้นขึ้นมาเหนือผิว ระดับยาแนวที่ดีควรต่ำกว่าผิวพื้นเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ล้อรถเข็นหรือโฟล์คลิฟท์บดโดนโดยตรง
4. เกลี่ยผิวให้เรียบ
ยาแนวชนิดหนืด (Non-sag) ต้องเกลี่ยด้วยเกรียงหรือนิ้วที่สวมถุงมือ โดยพ่นน้ำสบู่บาง ๆ ก่อนเพื่อไม่ให้ยาแนวติดเครื่องมือ ระวังอย่าให้ยาแนวเลอะออกไปบนพื้นรอบ ๆ
5. โรยทรายให้กลมกลืน (ถ้าต้องการ)
ขณะที่ยาแนวยังไม่แห้ง โรยทรายแห้งบาง ๆ บนผิว จะได้ผิวสัมผัสคล้ายคอนกรีต ช่วยให้แนวซ่อมดูกลืนไปกับพื้นเดิม
6. บ่มให้ครบเวลาตามผู้ผลิต
ผิวยาแนวแห้งเร็ว แต่การบ่มตัวเต็มที่มักใช้เวลาราว 24–48 ชั่วโมง ขึ้นกับยี่ห้อและสภาพอากาศ ช่วงนี้ควรกั้นไม่ให้รถหนักวิ่งผ่าน สำหรับโรงงานที่หยุดงานไม่ได้ ทีมงานจะแบ่งทำทีละช่วงและกั้นเฉพาะจุด
สรุป
งานซีลรอยต่อที่ดีคือการเตรียมรอยที่ดี ถ้าพื้นทรุดมาก ร่องกว้างมาก หรือเป็นพื้นที่รถหนักวิ่งผ่าน ควรให้ทีมที่มีประสบการณ์ประเมิน INCON ซ่อมรอยแยกผนัง-พื้นพร้อมรับประกันงาน 1 ปี ส่งรูปมาทาง LINE เพื่อประเมินราคาฟรี
